ดวงพระบรมราชชาตารัชกาลที่ 6 (พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว)
| King Vajiravudh (Rama VI) of Siam; Image Credit: Wikimedia Commons. |
ฤทธิ์พยากรณ์@โหราศาสตร์ประวัติศาสตร์
24 มกราคม 2565: 13.05 น.
| King Vajiravudh (Rama VI) of Siam; Image Credit: Wikimedia Commons. |
ฤทธิ์พยากรณ์@โหราศาสตร์ประวัติศาสตร์
24 มกราคม 2565: 13.05 น.
| Field Marshal Thanom Kittikachorn, The 10th Prime Minister of Thailand; Image Credit: Wikimedia Commons. |
ฤทธิ์พยากรณ์@โหราศาสตร์ประวัติศาสตร์
6 มกราคม 2565: 17.00 น.
แหล่งที่มาของข้อมูล
| The 28th Prime Minister of Thailand, Yingluck Shinawatra; Image Credit: Wikimedia Commons. |
ฤทธิ์พยากรณ์@โหราศาสตร์ประวัติศาสตร์
6 มกราคม 2565: 15.10 น.
แหล่งที่มาของข้อมูล
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ คนที่ 28
ฤทธิ์พยากรณ์@โหราศาสตร์ประวัติศาสตร์
6 มกราคม 2565: 13.30 น.
แหล่งที่มาของข้อมูล
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ คนที่ 27
ฤทธิ์พยากรณ์@โหราศาสตร์ประวัติศาสตร์
6 มกราคม 2565: 11.30 น.
แหล่งที่มาของข้อมูล
| The 19th Prime Minister of Thailand, General Suchinda Kraprayoon; Image Credit: Wikimedia Commons. |
ฤทธิ์พยากรณ์@โหราศาสตร์ประวัติศาสตร์
5 มกราคม 2565: 20.30 น.
แหล่งที่มาของข้อมูล
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี พลเอกสุจินดา คราประยูร นายกฯ คนที่ 19
| The 18th Prime Minister of Thailand, Anand Panyarachun; Image Credit: Wikimedia Commons. |
ฤทธิ์พยากรณ์@โหราศาสตร์ประวัติศาสตร์
5 มกราคม 2565: 19.20 น.
แหล่งที่มาของข้อมูล
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี นายอานันท์ ปันยารชุน นายกฯ คนที่ 18
| Thai 17th prime minister Chatichai Choonhavan; Image Credit: Wikimedia Commons. |
ฤทธิ์พยากรณ์@โหราศาสตร์ประวัติศาสตร์
5 มกราคม 2565: 17.31 น.
แหล่งที่มาของข้อมูล
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ นายกฯ คนที่ 17
| General Prem Tinsulanonda; The 16th Former Prime Minister of Thailand; Image Credit: Wikimedia Commons. |
ฤทธิ์พยากรณ์@โหราศาสตร์ประวัติศาสตร์
5 มกราคม 2565: 16.02 น.
แหล่งที่มาของข้อมูล
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกฯ คนที่ 16
| Kukrit Pramoj, 13th Thai Prime Minister; Image Credit: Wikimedia Commons. |
ฤทธิ์พยากรณ์@โหราศาสตร์ประวัติศาสตร์
5 มกราคม 2565: 15.05 น.
แหล่งที่มาของข้อมูล
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี คนที่ 13
| Admiral Thawal Thamrong Navaswadhi, 8th Prime Minister of Thailand; Wikimedia Commons. |
ฤทธิ์พยากรณ์@โหราศาสตร์ประวัติศาสตร์
5 มกราคม 2565: 14.07 น.
แหล่งที่มาของข้อมูล
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี คนที่ 8
| Field Marshal Sarit Dhanarajata, 11th Prime Minister of Thailand; Wikimedia Commons. |
หน้าแรกโหราศาสตร์ประวัติศาสตร์: HistAstro.blogspot.com
เกิดวันอังคาร แรม 3 ค่ำ เดือน 7 ปีวอก ตรงกับวันที่ 17 มิถุนายน 2451 เวลา 01.36 น. (ตามวันเวลาสากล แต่โดยทั่วไปจะบันทึกว่าวันที่ 16 มิถุนายน เนื่องจากว่ายังเป็นคืนวันอังคารที่ 16)
เกิดที่บ้านปากคลองตลาด ตำบลพาหุรัด จังหวัดพระนคร (ปัจจุบันคือ ปากคลองตลาด แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร) เป็นบุตรของพันตรี หลวงเรืองเดชอนันต์ (ทองดี ธนะรัชต์) กับจันทิพย์ จันทรสาขา (สกุลเดิม: วงษ์หอม)
สฤษดิ์เริ่มการศึกษาชั้นต้นที่จังหวัดมุกดาหาร จากนั้นเข้ารับการศึกษาต่อที่โรงเรียนวัดมหรรณพาราม
ในปี พ.ศ. 2462 ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนนายร้อยทหารบก จนกระทั่งสำเร็จการศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2471
1 เมษายน พ.ศ. 2472 เข้ารับราชการเป็นนักเรียนทำการนายร้อย กองพันที่ 1 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2472 ได้รับพระราชทานยศร้อยตรี
23 มิถุนายน พ.ศ. 2497 พลเอกสฤษดิ์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการทหารบก
4 มีนาคม พ.ศ. 2498 พลเอกสฤษดิ์ได้รับพระราชทานยศ พลเรือเอก และ พลอากาศเอก
1 มกราคม พ.ศ. 2499 พลเอกสฤษดิ์ได้รับพระราชทานยศ จอมพล
27 กันยายน พ.ศ. 2500 จอมพลสฤษดิ์ในฐานะ ผู้บัญชาการทหารบก ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นคนแรก
19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502 จอมพลสฤษดิ์ได้รับพระราชทานยศ จอมพลเรือ และ จอมพลอากาศ พร้อมกับ พลเอกถนอม กิตติขจร ที่ได้รับพระราชทานยศ พลเรือเอก พลอากาศเอก
9 กันยายน พ.ศ. 2502 จอมพลสฤษดิ์ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งรักษาราชการแทนอธิบดีกรมตำรวจ แทนพลตำรวจเอกไสว ไสวแสนยากร
27 ตุลาคม พ.ศ. 2504 จอมพลสฤษดิ์ได้รับพระราชทานยศ พลตำรวจเอก และได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็น นายตำรวจราชสำนักพิเศษ ในวันเดียวกัน
ในรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม พลเอกสฤษดิ์ ธนะรัชต์ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังรัฐประหารรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร
จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจนถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2506 ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ด้วยโรคไตพิการเรื้อรัง และอีกหลายโรค สิริอายุ 55 ปี 5 เดือน 22 วัน
คู่สมรส 4 คน รวมท่านผู้หญิงวิจิตรา ธนะรัชต์ (2491–2506)
คู่อาศัย อนุภรรยารวม 81 คน
บุตร 7 คน (รวมบุตรบุญธรรม 1 คน)
ทรัพย์สินสุทธิ 2,874 ล้านบาท (มรดก)
ฤทธิ์พยากรณ์@โหราศาสตร์ประวัติศาสตร์
5 มกราคม 2565: 12.15 น.
แหล่งที่มาของข้อมูล
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกฯ คนที่ 11
| Mr.Poj sarasin, 9th Prime Minister of Thailand; Wikimedia Commons. |
หน้าแรกโหราศาสตร์ประวัติศาสตร์: HistAstro.blogspot.com
เกิดวันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม 2449 (พ.ศ. 2448 ตามปีในระบบเก่า ก่อนย้ายปีใหม่จากเมษายนมาเป็น 1 มกราคมตามสากล) ตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเมีย เวลา 06.23 น.
ที่บ้านพักถนนสุรศักดิ์ ตำบลสีลม อำเภอบางรัก เมืองพระนคร (ในปัจจุบันคือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร) เป็นบุตรของพระยาสารสินสวามิภักดิ์ (เทียนฮี้ สารสิน แพทย์หลวงประจำราชสำนักในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว) กับคุณหญิงสุ่น สารสินสวามิภักดิ์ โดยตระกูลสารสินถือเป็นตระกูลนักธุรกิจที่มั่งคั่งและมีชื่อเสียงตระกูลหนึ่ง
นายพจน์ สารสิน สมรสกับท่านผู้หญิงสิริ สารสิน (สกุลเดิม โชติกเสถียร) มีบุตรธิดาทั้งหมด 5 คน
นายพจน์ สารสิน เริ่มบทบาททางการเมืองจากการสนับสนุนของจอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกวุฒิสภา เมื่อปี พ.ศ. 2490
นายพจน์ สารสิน ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2500 หลังจากการทำรัฐประหารของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ภารกิจสำคัญของรัฐบาลคือจะต้องเร่งจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้บริสุทธิ์และยุติธรรมอันเป็นสิ่งที่ประชาชนเรียกร้อง หลังจากการเลือกตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว พจน์ สารสินก็ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และกลับไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ส.ป.อ. ตามเดิม
นายพจน์ สารสิน ถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2543 เวลา 11.40 น. ณ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ รวมอายุได้ 94 ปี 6 เดือน 6 วัน
ฤทธิ์พยากรณ์@โหราศาสตร์ประวัติศาสตร์
5 มกราคม 2565: 10.40 น.
แหล่งที่มาของข้อมูล
![]() |
| Capricornus, Image Credit: Wikimedia Commons |
Home page of Historical Astrology: HistAstro.blogspot.com
Jan 2022:
At the beginning of the year, you will get a sum of money to support your financial flexibility. In fact, you got some money since the end of last year, but there is still a chance to get more money this month. Those who are still unemployed have a high chance of starting a new career or your own new business this month. However, this period you have to fight harder for achieving the goal. Your anxiety always bothers you this year. Long-distance travel is highly probable in the early 2022, otherwise travel (or going out) is particularly frequent. Even at home, you have things to do a lot. Good love in this month.
Feb 2022:
Negotiations and communications succeed this month. What's left behind has a higher chance of accomplishment. Failure to finance and spending a lot. Disappointed love again.
Mar 2022:
Another financial luck, despite spending a lot of money last month, in this month you will get another piece of cash. Good love. The entertainment and meeting are especially good. Negotiation was successful. But this month, be careful about injury accidents that will occur from negligence, e.g., your head bump a solid, kick a sharp solid, trip, fall, and have a very high chance of bleeding.
Apr 2022:
News about your contact persons and relatives’ sickness. Good news from friends. Financial flexibility. Successful negotiation and communication. Have a long trip or travel especially frequently. Sweet love.
May 2022:
Meeting friends. Your friends or close people offer to support finance. Financial flexibility. Good love and entertainment. Negotiations are successful, but very hard to achieve.
Jun 2022:
Some financial luck. Love still good. The journey is not smooth. A lot of things seem sluggish. Communication with some delay.
Jul 2022:
Opportunity to travel long distances or travel often. The negotiations are better successful. What stuck last month are to be accomplished this month. There are many special expenses. Minor injuries in this month are still high. Love has obstacles.
Aug 2022:
Get a large sum of money. This month, you have the opportunity to go to the holy places or places you have never been to. Negotiations have not progressed and bad communications. Many things still seem stuck. However, sweet love.
Sep 2022:
There are many chances to travel again. Finances are quite stiff this month. Negotiations have not been successful. Disappointed love again.
Oct 2022:
Finances improve. Successful negotiation and communication. Frequent travel continues. This month you feel a lack of enthusiasm. But, good love.
Nov 2022:
Finances are good. Negotiations are smooth. Chances of getting small injuries this month. Sweet love.
Dec 2022:
Financial deflation. Negotiations are unsuccessful. Things are quite stuck this month. Very tired. Disappointed love again.
Year 2022:
Summary for 2022, the Capricorn ascendant still has to be exhausting and hardworking. There're a lot of things to worry about and sometimes worry for no reason, even you yourself don't understand yourself and can't find the cause. However, the financial condition is better than the previous year. And this year there will be news about the sickness of your relatives and contact persons. Or your relatives come to ask you for financial assistance. Get good news about your friends or get some extra help from your close friends. This year, the opportunity to travel long distances is very high. Some people travel abroad.
Weather of the world.
Year 2022, Rahu (8) joins the deadly star Mrtyu (0) (Uranus in western system, but a little bit difference in orbit.) in Aries causing the heavy rain around the world. Year 2022 is another heavy rain since year 2021. Because the two stars (Rahu and Mrtyu) have been orbiting closer and closer. The amount of precipitation around the world is especially high from 2021 to 2022 after that the amount of rainfall gradually decreased.
Global situation in 2022: Although the COVID-19 Pandemic has gradually subsided, it will be a year of global political turmoil. There will be many news of religious scandal around the world, political problems, educational problems, worst economic problems. Famous people around the world are gradually leaving the stage of life. A serious scandal involving politicians. War will be intensified in some parts of the world. Chaos in governance around the world. The notoriety of the judiciary. The most severe natural disasters in decades. Frequent air, land and water accidents than any years. Of course, you see these things starting from this year 2021 then.
Rit's Prediction@Historical Astrology
16/DEC/2021
Vikrom Krommadit; Business ManImage Credit: Wikimedia Commons. |
| เที่ยงคืนวันอังคารที่ 17 มีนาคม 2496 (วันที่ 18 มีนาคมตามระบบสากล) |
คนที่เกิดช่วงหลังเที่ยงคืน โดยเฉพาะในสมัยก่อน นิยมเขียนวันที่เกิดตามวันเกิด อย่างคุณวิกรมนี้ก็ใช้วันอังคารที่ 17 มีนาคม แต่ตามระบบสากลพอเป็นเที่ยงคืนไปแล้วจะเป็นวันที่ 18 มีนาคมและเป็นวันพุธ แต่ในทางโหราศาสตร์ไทยยังนับเป็นวันอังคาร เรื่องนี้ทำความสับสนให้นักโหราศาสตร์อย่างมาก ถ้าไม่ระวังก็จะผิดพลาดได้ง่ายๆ ทั้งนี้ เนื่องจากนักโหราศาสตร์ยุคปัจจุบันนิยมผูกดวงชาตาด้วยแอปพลิเคชันผูกดวงที่มีให้เลือกหลายสำนักอาจารย์ เพราะมีความรวดเร็วกว่าการหมุนแผ่นหมุนหาลัคนาและปฏิทินโหราศาสตร์แบบเป็นเล่ม แต่ให้ความสะดวกแม่นยำไม่แพ้กัน นักเขียนโปรแกรมก็เป็นนักโหราศาสตร์ด้วย จึงมีการตรวจสอบโปรแกรมอย่างดี สมการหรือสูตรคำนวณหาดาวก็เป็นมาตรฐานเข้าที่เข้าทางหมดแล้ว ต้องขอขอบคุณอาจารย์โหราศาสตร์ภาคคำนวณทั้งหลายที่มีความเพียรพยายามอย่างมากที่จะพัฒนาออกมาแต่ละโปรแกรม
กลับมาเรื่องวันที่เกิดต่อครับ ดังนั้นใครเกิดหลังเที่ยงคืนจึงต้องสอบถามกันอย่างหนักว่า คืนนั้นก่อนเที่ยงคืนเป็นวันอะไร เช้ามาเป็นวันอะไร อย่างดวงคุณวิกรมนี้ก็ต้องตอบว่า เช้ามาเป็นวันพุธ แสดงว่าเกิดคืนวันอังคาร และตามระบบปฏิทินวันอังคารเป็นวันที่ 17 มีนาคม แต่ถ้าคุณวิกรมเกิดในปี 2564 เวลาเที่ยงคืน 00.01 น. ก็คือวันพุธที่ 18 มีนาคม และนักโหราศาตร์ต้องตีความให้ได้ว่าเป็นคืนวันอังคารที่ 17 มีนาคม ไม่อย่างนั้นทักษาวันเกิดจะเป็นวันพุธไปและคุณวิกรมจะเกิดในราศีกาลกิณีซึ่งรับประกันว่ารวยยากมาก เว้นแต่จะมีดาวอื่นที่ดีสุดๆ เป็นข้อยกเว้นเท่านั้น
แต่นี่คุณวิกรมเกิดวันอังคารจึงรับประกันว่าเป็นดวงเจ้าสัวได้จริง ดวงชาตานี้มีดาวที่ดินเป็นองค์เกณฑ์จึงส่งผลให้มีที่ดินมาก เป็นเจ้าของโครงการนิคมอุตสาหกรรมถึงสามแห่งในไทย อีกสองแห่งในเวียดนาม บางราศีมีดาวกุมกันหลายดวง แถมได้ตำแหน่งการเงินที่ดีมากด้วย ถ้าไม่รวยก็ต้องทบทวนใหม่ว่าวันเวลาเกิดผิดไหม ดาวอะไรกำลังย้ายราศีหรือเปล่า ยิ่งระบบสิบลัคนาดาวขยับเร็วมาก 10 นาทีก็ไปไหนต่อไหนแล้ว ถ้าวางองศาผิดก็วิเคราะห์ผิดไปเลย ทายผิดไปแล้วถึงมารู้ว่าน่าจะวางดาวผิดที่ อย่างไรก็ตาม การทายผิดก็เป็นบทเรียนที่ดีอีกเช่นกันว่า เหตุเพราะอะไร จะได้หาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
ดวงนี้ชัดเจนมากว่า มีบุตรยาก ถ้ามีบุตรตำราว่าจะต้องเสียบุตร ส่วนเรื่องคู่ของเจ้าชาตานั้นมีแน่นอนและมากด้วย แต่จะอยู่แบบไม้เท้ายอดทองนั้นยากอีกเช่นกัน เพราะมีดาวอะไรเป็นอุปสรรค นักโหราศาสตร์เห็นดวงชาตานี้ก็ทราบได้ทันที
ฤทธิ์พยากรณ์@โหราศาสตร์ประวัติศาสตร์
28 พฤศจิกายน 2564: 13.18 น.
| King Rama III (King Nangklao) of Siam (Thailand) |
| วันจันทร์ แรม 10 ค่ำ เดือน 4 ปีมะแม เวลา 10 ทุ่ม (4 นาฬิกา หรือตี 4) ตรงกับวันที่ 1 เมษายน 2331 ตามเวลาสากล (คืนวันที่ 31 มีนาคม 2331) |
ผู้เขียนตั้งใจจะเขียนดวงพระบรมราชชาตาของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมาหลายครั้งแล้ว เนื่องจากมีประเด็นเชื่อมโยงที่น่าสนใจหลายประเด็น แต่เนื่องจากมีเรื่องค่อนข้างยาว จึงยังไม่มีจังหวะเวลาดีๆ ที่จะเขียนได้เต็มที่ วันนี้ว่างจากงานประจำจึงจัดเวลาที่จะทำตามความตั้งใจอีกครั้ง เหตุที่ผู้เขียนอยากจะเขียนวิเคราะห์ดวงพระบรมราชชาตาของพระองค์ท่าน ประการหนึ่งเพราะเมื่อผูกดวงพระบรมราชชาตาในระบบสิบลัคนาแล้ว มีดาวศุกร์ (6) ในราศีมีนในพระบรมราชชาตาที่ได้ตำแหน่งมหาอุจจ์ในเรือนการเงิน เขียนเพียงเท่านี้ผู้เรียนโหราศาสตร์มาก็ต้องโอ้โหกันบ้างละครับ ถ้าผูกดวงระบบสิบลัคนาแล้วดาวเป็นอย่างนี้ ถ้ามีฐานะธรรมดาอยู่บ้านเช่าก็ต้องบอกว่า เจ้าของดวงบอกเวลาเกิดผิดอย่างแน่นอน ในระบบสิบลัคนาสักร้อยคนจะมีดาวเช่นนี้สักคนก็ยากแล้วครับ จะต่างจากระบบลัคนาเดียวที่คนจนก็มีดาว 6 มหาอุจจ์ได้ โดยมากคนที่มีดาวเช่นนี้ต้องมีบ้านช่องใหญ่โต ถึงจะผ่อนธนาคารก็ตาม เท่าที่เห็นมาสองท่าน ท่านนึงบ้านเป็นตึกสามสี่ชั้น อีกท่านนึงก็มีบ้านทาวน์เฮาส์ขนาดใหญ่สองหลัง เป็นเจ้าของกิจการทั้งสองท่าน สองตัวอย่างนี้เป็นเพียงคนรู้จักกัน แม้จะไม่รวยระดับเศรษฐี แต่บ้านช่องก็ไม่ได้เช่าเขาอยู่
กลับมาที่เรื่องของในหลวงรัชกาลที่ 3 ดีกว่าครับ เวลาพระราชสมภพที่ผู้เขียนค้นคว้ามานี้เช็คจากสามแหล่งที่เป็นตำราโบราณ 2 แห่ง อีกแห่งเป็นวิกิพีเดีย (Wikipedia) ซึ่งใน Wiki บอกเวลาพระราชสมภพเป็นสี่ทุ่มครึ่งนั้นผิดนะครับ ที่จริงคือ สิบทุ่ม ซึ่งหมายถึง ตีสี่ เหตุผลก็คือเวลาเราจะเรียกสองยามหรือเที่ยงคืนเราเรียกว่า หกทุ่ม ใช่ไหมครับ ดังนั้นเจ็ดทุ่มสมัยโบราณก็คือตีหนึ่งและสิบทุ่มก็คือตีสี่ เอกสารโบราณวางลัคนาชัดเจนที่ราศีกุมภ์ซึ่งเป็นเวลาตีสี่เท่านั้น ผู้เขียนเองก็งงพักนึงที่ตำราเก่าเขียนว่าสิบทุ่ม เพราะสมัยนี้ไม่เรียกอย่างนั้นแล้ว
เนื่องจากระบบสิบลัคนาจำเป็นต้องเห็นใบหน้าของเจ้าของดวงชาตาจึงจะสามารถวางลัคนาได้แม่นยำมากที่สุด แต่รัชกาลที่ 3 สวรรคตไปนาน ไม่มีภาพถ่าย สังเกตว่าภาพถ่ายจะเริ่มมีตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ดังนั้นเราจะทราบได้อย่างไรว่า รัชกาลที่ 3 ท่านมีพระพักตร์หน้าตาอย่างไร ในภาพพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 3 นี้เป็นภาพวาดเหมือนจริงที่อยู่ในพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท แต่ท่านอาจจะสงสัยอีกว่าแน่ใจเหรอว่าช่างวาดได้เหมือน
ผู้เขียนมีหลักฐานโบราณที่ยืนยันว่าภาพนี้เหมือนจริงที่สุดมาอ้างอิงครับ เขียนไปก็ขนลุกไป ทำไมเหรอครับ มาฟังเรื่องเล่าเก่าก่อนกันดีกว่า เรื่องนี้มีชื่อว่า พระวิญญาณ ร.3 ให้ท่านผู้อ่านคลิกลิงค์ที่ผู้เขียนทำไว้ให้นี้แล้วอ่านเรื่องเต็มได้ครับ ส่วนผู้เขียนจะเล่าเพียงย่อๆ ว่า สมัยนั้นพี่เลี้ยงได้พาเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ หรือ “ทูลกระหม่อมเล็ก” ไปวิ่งเล่นตามประสาเด็ก ที่ชั้นล่างของพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท แล้ววิญญาณของรัชกาลที่ 3 เสด็จพระราชดำเนินผ่านให้เจ้าชายน้อยทรงเห็น สมัยนั้นทูลกระหม่อมเล็กยังเป็นเด็กอยู่ได้ตะโกนว่า... (จากนี้ไปขออนุญาตนำข้อความต้นฉบับจากเว็บไซต์ผู้จัดการมาเขียนไว้ที่นี้)
“ใครนี่...ใครที่อยู่ข้างนอกเข้ามานี่หน่อยซิ”
พวกมหาดเล็กก็วิ่งกันเข้าไป....
“พิลึกแท้ๆ ซุ่มซ่ามเข้ามาได้ยังไง...เร็วไปจับตัวมาให้ฉัน”
ทรงชี้พระหัตถ์ไปทาง....
“ใคร รูปร่างเป็นยังไงพระเจ้าข้า” มหาดเล็กคนหนึ่งทูลถาม
“อ้วนๆ ตัวใหญ่” ทรงยกพระหัตถ์ทำกิริยาประกอบ “แก่แล้ว นุ่งผ้าแดงแปร๊ดเลย เดินหายเข้าไปทางนี้แหละ”
...เมื่อทูลกระหม่อมเล็กทรงพระดำเนินไปถึงพระบรมรูปรัชกาลต่างๆ ทรงหยุดเพ่งพินิจพระบรมรูปรัชกาลที่ ๓ อยู่ชั่วครู่ ก็ทรงชี้พระหัตถ์ไปที่พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รับสั่งอย่างเด็กๆ ที่ยังไร้เดียงสาว่า
“นี่แหละ...นี่แหละ...อีตาคนนี้นี่แหละ”
เท่านั้นเอง เหล่ามหาดเล็กก็ขนลุกซู่ รีบอุ้มทูลกระหม่อมเล็กกลับไปส่งให้ฝ่ายในทันที...
เท่าที่ผู้เขียนทราบมาคนสมัยนั้นมักจะเห็นพระวิญญาณของพระองค์ท่านกันเป็นประจำ และนี่น่าจะพอเป็นหลักฐานยืนยันอย่างหนึ่งว่า พระบรมฉายาลักษณ์ที่ช่างสมัยนั้นได้วาดไว้นั้นเหมือนจริงมากที่สุด ผู้เขียนจึงสามารถวิเคราะห์พระบรมราชลัคนาได้ตามข้อมูลนี้ ด้านล่างนี้คือพระราชประวัติโดยย่อจาก Wikipedia ท่านสามารถคลิกลิงค์ที่พระนามเพื่ออ่านเพิ่มเติมได้:
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สยามประเทศ
พระราชสมภพ 31 มีนาคม พ.ศ. 2331 กลางคืน เวลาตี 4 (สิบทุ่มสมัยก่อน)
ครองราชย์ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2367 - 2 เมษายน พ.ศ. 2394 (26 ปี 255 วัน)
ราชาภิเษก 1 สิงหาคม พ.ศ. 2367
รัชกาลก่อนหน้า พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
รัชกาลถัดไป พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชทายาท สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ
พระชายา 56 ท่าน
พระราชบุตร 51 พระองค์
พระราชบิดา พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
พระราชมารดา สมเด็จพระศรีสุลาลัย (เจ้าจอมมารดาเรียม)
สวรรคต 2 เมษายน พ.ศ. 2394 (63 พรรษา)
ในสมัยรัชกาลที่ 2 พระองค์มีพระนามว่า พระองค์เจ้าชายทับ กำกับราชการกรมท่า พระองค์ถนัดการแต่งสำเภาไปค้าขายกับต่างประเทศ จึงทรงนำพระราชทรัพย์กำไรเข้าพระคลังหลวงมากมาย รัชกาลที่ 2 ถึงกับทรงเรียกท่านว่า "เจ้าสัว"
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 สยามมีเรื่องพิพาทกับฝรั่งเศสที่ปากน้ำสมุทรปราการ ฝ่ายสยามเปิดฉากยิงเรือรบฝรั่งเศสได้รับความเสียหายก่อน ฝรั่งเศสเรียกร้องค่าเสียหายรวม 5 ล้านฟรังก์ ถ้าไม่จ่ายจะยกทัพเรือเข้ามายิงพระบรมมหาราชวัง รัชกาลที่ 5 จำพระทัยต้องนำเงินในพระคลังข้างที่ออกมาจ่ายฝรั่งเศสเป็นค่าเสียหาย เงินนั้นเรียกว่าเงินถุงแดงที่รัชกาลที่ 3 ทรงสะสมไว้ (เงินถุงแดงนั้นเป็นเหรียญทองของเม็กซิกันที่ ร.3 เก็บสะสมไว้โดยมีพระราชประสงค์ว่า "เงินถุงแดง" สำหรับไว้ใช้ในยามที่บ้านเมืองเกิดยุคเข็ญ...) ท่านสามารถคลิกลิงก์คำว่า เงินถุงแดง เพื่ออ่านประวัติเรื่องราวและดูรูปเงินเหรียญนกอินทรีย์สีทองที่ ร.3 ทรงสะสมไว้ ที่ในภายหลัง ร.5 ทรงนำมาจ่ายชดใช้ค่าเสียหายให้ฝรั่งเศสได้จากเว็บไซต์นิตยสารศิลปวัฒนธรรม
จึงกล่าวไม่ผิดว่า สยามประเทศที่ไม่ตกเป็นเมืองขึ้นฝรั่งเศส เพราะได้เงินถุงแดงกู้ประเทศไว้ในสมัยนั้น มิฉะนั้นฝรั่งเศสซึ่งหาเรื่องหาช่องทางจะยึดสยามเป็นเมืองขึ้นอยู่แล้ว ก็จะได้ช่อง และสยามฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยาก็จะตกเป็นของฝรั่งเศส ส่วนฝั่งขวาก็จะตกเป็นของอังกฤษซึ่งก็สงวนทีท่าไว้ แต่รอคว้าโอกาสทองอยู่เช่นกัน...
ฤทธิ์พยากรณ์@โหราศาสตร์ประวัติศาสตร์
27 พฤศจิกายน 2564: 18.35 น.
ปี 2565 พระราหูจรมาร่วมกับมฤตยูในราศีเมษเป็นเหตุให้ฝนตกหนักมาก ปี 65 จึงเป็นเป็นปีที่ฝนตกหนักอีกครั้งนับเนื่องมาตั้งแต่ปี 64 ที่ดาวสองดวงนี้โคจรเข้าใกล้กันเรื่อยๆ ปริมาณฝนทั่วโลกจึงมากเป็นพิเศษตั้งแต่ปี 64 ถึงปี 65 หลังจากนั้นปริมาณฝนจึงค่อยๆ เพลาลง
หน้าแรกโหราศาสตร์ประวัติศาสตร์: HistAstro.blogspot.com
ฤทธิ์พยากรณ์@โหราศาสตร์ประวัติศาสตร์
27 พฤศจิกายน 2564 15:30
ดวงคนดัง แจ็คแฟนฉัน ว่าที่เจ้าสัวคนใหม่ HistAstro.blogspot.com Image Credit: มิวสิควิดีโอ 'เกิดมาเพื่ออกหัก' เพลงรักเพลงแรกในชีวิตขอ...